IBCBET เปิดโผ 10 แข้ง U21 มูลค่าสูงสุดในโลก

Image result for เปิดโผ 10 แข้ง U21 มูลค่าสูงสุดในโลก

ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสคือนักเตะอายุต่ำกว่า 21 ปีที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกจากการเปิดเผยของ CIES Football Observatory

เว็บพนันบอลออนไลน์ CIES Football Observatory เปิดเผยผลวิจัยผู้เล่นอายุต่ำกว่า 21 ปีที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงที่สุดในโลกเวลานี้ ผลปรากฎว่า คีเลียน เอ็มบัปเป้ หอกดาวโรจน์ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เข้าป้ายคว้าอันดับ 1 ไปครอง

กองหน้าวัย 18 เพิ่งย้ายจากโมนาโกมาเล่นกับเปแอสเชในฤดูกาลนี้ ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี พ่วงอ็อปชันบังคับซื้อขาดในซัมเมอร์หน้าในราคาสูงถึง 180 ล้านยูโร

ดาวนยิงเฟร้นช์แมนทำผลงานได้น่าประทับใจ หลังซัดไปแล้ว 8 ประตู จาก 17 เกมในทุกรายการกับจ่าฝูงลีกเอิง ส่งผลให้มูลค่าทางการตลาดของเขาพุ่งขึ้นไปถึง 182.8 ล้านยูโรแล้ว ซึ่งมากที่สุดในบรรดาผู้เล่นรุ่นU21ทั่วโลก

ส่วนอันดับสองตกเป็นของ เดเล อัลลี180.2 ล้านยุูโร ตามมาด้วย เลรอย ซาเน124.5 ล้านยูโร, อุสมาน เดมเบเล 120.4 ล้านยูโร และ มาร์คัส แรชฟอร์ด 116.7 ล้านยูโร

10 ผู้เล่นยู-21ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกจากการจัดอันดับของ CIES

1. คีเลียน เอ็มบัปเป้ (เปแอสเช) 182.8 ล้านยูโร

2. เดเล อัลลี (สเปอร์ส) 180.2 ล้านยูโร

3. เลรอย ซาเน (แมนฯซิตี้) 124.5 ล้านยูโร

4. อุสมาน เดมเบเล (บาร์เซโลนา) 120.4 ล้านยูโร

5. มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯยูฯ) 116.7 ล้านยูโร

6. กาเบรียล เชซุส (แมนฯซิตี้) 108.4 ล้านยูโร

7. ติโม แวร์เนอร์ (ไลป์ซิก) 92.5 ล้านยูโร

8. อองโธนี มาร์กซิยาล (แมนฯยูฯ) 85.6 ล้านยูโร

9. คริสเตียน พูลิซิช (ดอร์ทมุนด์) 75.2 ล้านยูโร

10. เดวินสัน ซานเชซ (สเปอร์ส) 66.3 ล้านยูโร

MAXBET เรือแซงจมฮัดเดอร์สฟิลด์ 2-1 ชนะรวด 11 นัด

Image result for เรือแซงจมฮัดเดอร์สฟิลด์ 2-1 ชนะรวด 11 นัด

เรือใบสีฟ้าชนะรวดในพรีเมียร์ลีก 11 นัดติดต่อกัน หลังบุกไปเก็บชัยเหนือทีมน้องใหม่ได้ถึงถิ่นแบบหวุดหวิด

MAXBET เดวิด วากเนอร์ กุนซือเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 วางดาวยิงตัวเก่งชาวเบลเยียมอย่าง โลรองต์ เดอปัวตร์ ยืนค้ำหน้าเป้าคอยประสานงานในแนวรุกร่วมกับ ทอม อินซ์, อารอย มอย และ รายิฟ ฟาน ลา ปาร์รา

ด้านทีมเยือนของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ส่งแกนหลักซึ่งได้พักในเกมยุโรปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ชนะเฟเยนูร์ด 1-0 ลงตัวจริงอีกครั้ง ได้แก่ แว็งซองต์ กอมปานี, ฟาเบียน เดลฟ์, แฟร์นันดินโญ, ดาบิด ซิลบา และ เลรอย ซาเน

เกมในช่วง 45 นาทีแรก แม้ว่าฝั่งของซิตี้ที่ครองบอลบุกใส่ได้เหนือกว่า ทว่าในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+1 กลายเป็นฮัดเดอร์สฟิลด์ที่อาศัยทีเด็ดเซตพีซพังประตูขึ้นนำ จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ อินซ์ เปิดให้ คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์ โหม่งสะบัดไปโดนบริเวณหัวไหล่ด้านซ้ายของ นิโคลัส โอตาเมนดี้ แฉลบเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไป ส่งให้น้องใหม่ออกนำในครึ่งแรก 1-0

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลังเพียงแค่นาทีที่ 47 เท่านั้น เรือใบสีฟ้าในชุดเยือนสีดำก็มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง โดนแบ็คซ้ายเจ้าบ้านอย่าง สก็อตต์ มาโลน เจตนาดึงจนล้มลงไป ก่อนจะเป็น เซร์คิโอ อเกวโร รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

จากนั้นทีมเยือนยิ้งพยายามลุยโหมบุกหนัก เพื่อหวังทำประตูแซงนำให้ได้ จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จในช่วงท้ายนาทีที่ 84 จากจังหวะที่ กาเบรียล เชซุส ล้มตัวยิงด้วยขวาจ่อๆไปติดเซฟ โยนาส ลอสเซิล แล้วบอลเจ้ากรรมเป็นใจลอยไปโดนบริเวณหน้าขาของ สเตอร์ลิง ย้อยเสียบตาข่ายเข้าไป ช่วยให้ซิตี้พลิกขึ้นนำบ้าง 2-1

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่บุกมาเฉือนชนะหวุดหวิด 2-1 คว้าชัยในพรีเมียร์ลีกได้เป็นนัดที่ 11 ติดต่อกัน รั้งจ่าฝูงด้วยการมี 37 คะแนน ส่วนฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์อยู่อันดับ 11 มี 15 แต้มเท่าเดิม