สมัครไฮโลออนไลน์ อินทรีเหล็กรัวอาเซอร์ไบจานเละ 5-1 ซิวชัย100%

Image result for อินทรีเหล็กรัวอาเซอร์ไบจานเละ 5-1 ซิวชัย100%

แม้จะเสีย 2 แนวรับคนสำคัญจากอาการบาดเจ็บ แต่พลพรรคอินทรีเหล็กก็โชว์ฟอร์มหรูเก็บ 3 แต้มในนัดสุดท้ายบอลโลกรอบคัดเลือก พร้อมทำสถิติคว้าชัย 10 นัดรวด

สมัครไฮโลออนไลน์ ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่ม F นัดสุดท้ายคู่ระหว่าง เยอรมัน แชมป์กลุ่มเปิดสนาม ฟริตซ์ วอลเตอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ อาเซอร์ไบจาน อันดับ 5 ของกลุ่ม

อินทรีย์เหล็กที่เข้ารอบไปแล้ว เกมนี้ โยอาคิม เลิฟ กุนซือใช้ชุดผสมตัวสำรองมาในระบบ 3-5-2 นำมาโดย โธมัส มุลเลอร์ , เลออน กอเร็ตซ์ก้า ,เลรอย ซาเน และ ยูเลียน บรันท์ ปั้นเกมรุกให้กับ ซานโดร วากเนอร์ และ ลาร์ส สตินเดิ้ล คอยผลิตสกอร์

ฝั่งทีมเยือนเล่นเพื่อศักดิ์ศรีเท่านั้น โรเบิร์ต โปรซิเนชกี้ เทรนเนอร์จัดทัพมาในระบบ 4-1-4-1 นำมาโดยมิดฟิลด์อย่าง ราฮิด อาเมียร์กูลิเยฟ กัปตันทีม ประสานงานกับ ริชาร์ด อัลเมย์ด้า สนับสนุนเกมให้กับ รามิล เชย์ดาเยฟ กองหน้าตัวเป้า

แค่ 8 นาที เจ้าบ้านออกนำไปก่อนจากจังหวะเปิดลูกเตะมุมของ โยชัว คิมมิช ทางขวาก่อนบอลจะมาตกเข้าทาง เลออน กอเร็ตซ์ก้า ที่หันหลังอยู่ตัดสินใจตอกส้นเข้าประตูเสียบสามเหลี่ยมเสาแรกอย่างเหลือเชื่อ แชมป์เก่านำ 1-0

เพียงนาทีที่ 22 เยอรมันต้องเสีย นิคลาส ซูเล ปราการหลังตัวกลางจากอาการบาดเจ็บและต้องเปลี่ยนเอา อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 31 เจ้าบ้านน่าได้ประตูนำห่างสุดๆ จากการประสานงานกันของแข้งอินทรีเหล็กต่อบอลในเขตโทษ ก่อนบอลจะมาถึง ซานโดร วากเนอร์ ยิงจ่อๆชนเสา บอลเด้งออกมาโดนขาตัวเองออกหลังซะอย่างนั้น สกอร์ยัง 0-0

3 นาทีต่อมา ทีมเยือนได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 เมื่อชโคราน มุสตาฟี แนวรับเจ้าถิ่นกล้ามเนื้อกระตุกจนล้มลงไปนอน และ รามิล เชย์ดาเยฟ ได้พาบอลเข้าเขตโทษดวลกับ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ก่อนจะล็อกหลอกกองหลังเชลซี หาจังหวะยิงเสาแรกบอลลอดใต้แขน แบรนด์ เลโน เข้าไป ขณะเดียวกันเยอรมันต้องเปลี่ยนเอา มัทธิอัส กินเตอร์ ลงมาแทนกองหลังอาร์เซนอลที่เล่นต่อไม่ไหวด้วย

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกเจ้าถิ่นเกือบได้ประตูที่สองจากจังหวะ โยชัว คิมมิช โยนฟรีเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะมีตัววิ่งหลอกบอลเฃยมาเข้าทาง เลรอย ซาเน ยิงโล่งๆผ่านหน้าประตูไป จบ 45 นาที เยอรมัน 1 อาเซอร์ไบจาน 1

นาทีที่ 54 เจ้าบ้านมาได้ประตูแซงนำอีกครั้ง จากจังหวะขึ้นเกมทางด้านขวา ก่อน ยูเลียน บรันท์ จะเปิดเข้ามาให้ ซานโดร วากเนอร์ โขกย้อนหนีมือ คามราน อากาเยฟ นายด่านทีมเยือน ก่อน รุสลาน อบิซอฟ จะเข้ามาเคลียร์ออกจากเส้นปากประตู แต่บอลเข้าไปเต็มไปกลายเป็นสกอร์นำ 2-1

7 นาทีต่อมา เยอรมันน่าได้ประตูเพิ่มจากจังหวะ ลาร์ส สตินเดิ้ล ได้วอลเลย์ด้วยขวาในเขตโทษบอลกระดอนพื้นไปชนเสาสองอย่างเสียดาย แต่อีก 4 นาทีต่อมาเจ้าบ้านมาได้ประตูที่ 3 จนได้ จากจังหวะเตะมุมของ โยชัว คิมมิช เปิดมาเข้าหัว อันโตนิโอ รูดิเกอร์ โขกลงพื้นตุงตาข่าย

นาทีที่ 66 สกอร์ไหลเป็น 4-1 จากความผิดพลาดของทีมเยือนที่จ่ายบอลไม่ดี บอลมาเข้าทาง ยูเลียน บรันท์ หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายต่อทางซ้ายให้ที่ เลรอย ซาเน ตวัดกลับเข้ามาให้ เลออน กอเร็ตซ์ก้า วิ่งเข้าแปจ่อๆและเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

นาทีที่ 73 เอ็มเร จัน ได้จังหวะสับไกลจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลไปติดเซฟปลายมือของ คามราน อากาเยฟ นายทวารเจ้าถิ่นสกอร์ยังเท่าเดิม

นาทีที่ 81 เจ้าบ้านได้ประตูปิดกล่องจากจังหวะ มัทธิอัส กินเตอร์ ไหลให้เอ็มเร จัน ปล่อยบอลไหลก่อนลองส่องไกลเต็มข้อจากนอกกรอบเขตโทษอีกครั้ง แต่คราวนี้บอลพุ่งและส่ายเสยตาข่ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด สกอร์ขยับเป็น 5-1 และประตูดังกล่าวนับเป็นประตูแรกของมิดฟิลด์ลิเวอร์พูลที่ยิงให้กับทีมชาติ

4 นาทีต่อมาทีมเยือนลุ้นประตูคืนอีก เมื่อ เมียร์ซาเบคอฟ ที่เติมเกมรุกขึ้นมาด้านขวาได้ตั้งป้อมยิงโล่งๆในเขตโทษบอลไปชนเสาจังหวะแรก เด้งออกมาเข้าทาง รามิล เชย์ดาเยฟ ตั้งใจชิพแต่ไปโดนตัว ดิมิทรี นาซารอฟ ตัวสำรองทำบอลเปลี่ยนทางเกือบเข้าประตู แต่ มัทธิอัส กินเตอร์ วิ่งเข้ามาสกัดไว้ได้ทัน

จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้จบ 90 นาที เยอรมัน เปิดบ้านชนะ อาเซอร์ไบจาน 5-1 เก็บ 3 แต้ม ทำสถิติสวยหรูแข่ง 10 นัดชนะรวด มี 30 คะแนนเต็ม ยิง 43 ลูก เสีย 4 ประตู ส่วนทีมเยือนแข่ง 10 นัดมี 10 คะแนนรังอันดับที่ 5 ของกลุ่ม